วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558

การขึ้นพรมยีน

·      

 







จากท่านั่ง เมื่อถวายบังคมเสร็จแล้ว ก้มตัวลงข้างหน้า ไหว้กระบี่
·       มือขวาจับกระบี่ทัดหูให้โกร่งกระบี่อยู่ข้างบนปลายกระบี่ชี้ไปข้างหน้า มือซ้ายจีบอกพร้อมทั้งตั้งเข่าซ้าย
·       จ้วงกระบี่ลงทางซ้ายพร้อมกับลุกขึ้นยืนด้วยเท้าซ้าย
หันตัวไปทางขวาหนึ่งมุมฉาก ยกเข่าขวาขึ้นรับศอกขวา
กระบี่เฉียงออก 45 องศา
·       มือซ้ายรำข้างแล้วจีบไว้ที่อก วางเท้าขวาลง
·       ก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า 1 ก้าว กระบี่ทัดหู โล้ตัวไปข้างหน้า
·       ลากเท้าขวาชิดเท้าซ้าย ยกเท้าซ้ายขึ้น
·       วางเท้าซ้ายลง จ้วงกระบี่ลงทางซ้าย ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า 1 ก้าว พลิกระบี่ไปอยู่ข้างหน้า โกร่งกระบี่ หันเข้าหาตัว กระบี่เฉียง 45 องศา
·       ลากเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ยกเท้าขวาขึ้น
·       มือซ้ายรำข้าง แล้วจีบไว้ที่อก
·       วางเท้าขวาลงหมุนตัวกลับหลังหันทางซ้าย กระบี่ทัดหู
·       ลากเท้าขวาชิดเท้าซ้าย
·       ยกเท้าซ้ายขึ้น
·       จ้วงกระบี่ลงทางซ้าย วางเท้าซ้ายลง แล้วก้าวเท้าขวา ไปข้างหน้าอีก1 ก้าวพร้อมกับพลิกกระบี่ ไปข้างหน้า เฉียง 45 องศา โกร่งกระบี่ หัน เข้าหาตัว เข่าขวางอเข่าซ้ายตึงลากเท้าซ้ายชิดเท้าขวายกเท้าขวาขึ้น มือซ้ายรำข้าง
·       วางเท้าขวาข้างเท้าซ้าย หมุนตัวไปทางซ้าย ยกกระบี่ ขึ้นทัดหู โกร่ง กระบี่หันขึ้นข้างบน มือซ้ายจีบที่อก โล้ตัวไปข้างหน้า เข่าซ้ายงอเข่า ขวาตึง
·       ลากเท้าขวาชิดเท้าซ้าย ยกเท้าซ้ายขึ้น
·       จ้วงกระบี่ลงข้างซ้าย วางเท้าซ้ายลง ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า 1 ก้าว พลิกกระบี่ให้เฉียงขึ้นไปข้างหน้า 45 องศา หันโกร่งกระบี่เข้าหาตัว เข่าขวางอ เข่าซ้ายตึง
·       ลากเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ยกเท้าขวาขึ้น
·       มือซ้ายรำข้าง แล้วจีบไว้ที่อก
·       วางเท้าขวาลงข้างหน้า แล้วหมุนตัวกลับหลังหันทางซ้าย ยกกระบี่ขึ้นทัดหู โกร่งกระบี่อยู่ข้างบน โล้ตัวไปข้างหน้า เข่าซ้ายงอ เข่าขวาตึง
·       ลากเท้าขวาชิดเท้าซ้าย ยกเท้าซ้ายขึ้น
·       จ้วงกระบี่ลงข้างซ้าย วางเท้าซ้ายลงก้าวเท้าขวา ไปข้างหน้า 1 ก้าว พลิกกระบี่ให้เฉียง ขึ้นไปข้างหน้า 45 องศา หันโกร่งกระบี่เข้าหาตัว เข่าขวางอ เข่าซ้ายตึง
·       ลากเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ยกเท้าขวาขึ้น
·       มือซ้ายรำข้าง แล้วจีบไว้ที่อกวางเท้าขวาลงข้างหน้า แล้วหมุนตัว กลับหลังหันทางซ้ายยกกระบี่ขึ้นทัดหู โกร่งกระบี่อยู่ข้างบนโล้ตัว ไปข้างหน้า เข่าซ้ายงอ เข่าขวาตึง
·       มือซ้ายรำข้าง แล้วจีบไว้ที่หน้าอก
·       ควงกระบี่สองรอบ

·       วางเท้าขวาเฉียงไปทางขวา กระบี่อยู่ข้างขวาแขนขวาชิดลำตัว ศอกเป็นมุมฉาก กระบี่ขนานพื้น
โล้ตัวไปข้างหน้าอยู่ในท่าคุมรำ

การขึ้นพรมนั่ง


·         จากท่านั่งเมื่อถวายบังคมเสร็จแล้ว
·         หันหน้าไปทางซ้ายก้มตัวลงไหว้กระบี่
·         เอามือขวาจับกระบี่ มือซ้ายจีบไว้ที่หน้าอก
·         ยกกระบี่ขนานพื้น ข้ามศีรษะทางขวา
·         กระบี่อยู่ทางขวา ขนานพื้น โกร่งกระบี่หันออกนอกลำตัว หงายมือ ข้อศอกงอเป็นมุมฉากชิดลำตัว ตั้งเท้าขวาไว้ข้างหน้า นั่งบนส้นเท้าซ้าย
·         ชักเท้าขวามานั่งคุกเข่า ตั้งเท้าซ้ายไว้ข้างหน้า นั่งบนส้นเท้าขวา
·         โล้ตัวไปข้างหน้าโดยวางเข่าซ้ายลง ยกเท้าขวาขึ้น แล้วมือซ้ายรำหน้าระดับหน้าผาก
·         หมุนตัวกลับหลังหันทางขวา โดยยกเข่าทั้งสองขึ้น พร้อมกับวาดกระบี่ไปทางซ้าย กระบี่ขนานพื้น
·         วางเข่าซ้ายลง นั่งบนส้นเท้าซ้าย ตั้งเข่าขวาขึ้น กระบี่แนบลำตัวทางซ้ายมือซ้ายจีบอยู่ที่หน้าอก
·         มือซ้ายรำข้างระดับใบหู โดยให้แขนงอโค้งเล็กน้อย
·         วาดกระบี่ขนานพื้นไปทางขวา มือซ้ายจีบที่หน้าอก
·         ในขณะที่วาดกระบี่มาทางขวาสุดแล้วให้ดึงเข่าขวาวางบนพื้นและตั้งเข่าซ้ายขึ้น
·         โล้ตัวไปข้างหน้าวางเข่าซ้ายลง ยกเท้าขวาขึ้น มือซ้ายรำหน้า
·         หมุนตัวไปทางขวา ดึงมือซ้ายมาจีบไว้ที่อก วาดกระบี่ ไปอยู่ทางซ้าย ชิดลำตัวตั้งเข่าขวาบิดเข่าซ้ายไปทางขวา วางเข่าซ้าย ลงนั่งบนส้นเท้าซ้าย
·         มือซ้ายรำข้าง
·         ดึงมือซ้ายมาจีบไว้ที่อก วาดกระบี่ไปทางขวากระบี่ขนานพื้น ดึงเข่าขวาวางไว้ที่พื้น ตั้งเข่าซ้ายขึ้น
·         โล้ตัวไปข้างหน้า วางเข่าซ้ายลงบนพื้น ยกเท้าขวาขึ้น แล้วรำหน้า
·         หมุนตัวกลับหลังหันทางขวา มือซ้ายจีบไว้ที่อก วาดกระบี่ไปทางซ้ายกระบี่ชิดลำตัว ลุกขึ้นยืนด้วยเท้าซ้าย ยกเข่าขวาขึ้นให้ขาขวารองรับศอกขวา
·         มือซ้ายรำข้าง วาดกระบี่ไปข้างหน้าสองรอบ มือซ้ายจีบเข้าอก

·         วางเท้าขวาเฉียงไปทางขวา โล้ตัวไปข้างหน้า เข่าขวางอ เข่าซ้ายตึงกระบี่อยู่ทางขวา อยู่ในท่าคุมรำ

ประวัติความเป็นมาของการเล่นกระบี่กระบอง

ประวัติความเป็นมา
              การเล่นกระบี่กระบองเป็นพื้นฐานเบื้องต้นส่วนหนึ่งของศิลปะการต่อสู้ของไทย ที่เรียกว่า กระบี่กระบอง การเล่นกระบี่กระบองเป็นกีฬาที่บรรพบุรุษไทยนำเอาศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว ด้วยอาวุธที่ใช้สู้รบกันในสมัยโบราณ มาฝึกซ้อมและเล่นในยามสงบ โดยนำหวายมาทำเป็นกระบี่ ดาบ ง้าว ฯลฯ เอาหนังมาทำโล่ เขน ดั้ง ฯลฯ แล้วจัดมาตีต่อสู้กันเล่นหรือแข่งขันกันเป็นคู่ๆ ดุจสู้กันในสนามรบเป็นการฝึกหัดรุกและรับไปในตัว
            การ เล่นกระบี่กระบองเริ่มในสมัยใด ใครเป็นผู้คิดขึ้นไม่สามารถหาหลักฐานได้ เนื่องจากได้มีการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน แต่เนื่องด้วยไทยเราเป็นชาตินักรบมาแต่โบราณ กระบี่กระบองซึ่งเป็นกีฬาของนักรบจึงน่าจะได้มีการเล่นกันมาเป็นเวลาช้านาน ควบคู่กับชนชาติไทย ในสมัยรัตนโกสินทร์มีหลักฐานที่พออ้างอิงได้คือ วรรณคดี ซึ่งในสมัยรัชกาลที่ 2 ในพระราชนิพนธ์เรื่องอิเหนา กล่าวถึงอิเหนาชำนาญในการกระบี่ ในรัชกาลที่ 3 สุนทรภู่แต่งเรื่องพระอภัยมณี กล่าวถึงศรีสุวรรณเล่าเรื่องกระบี่กระบองกับอาจารย์ทิศาปาโมกข์
              ใน รัชกาลที่ 4 ทรงโปรดปรานกระบี่กระบองมาก ทรงโปรดให้พระเจ้าลูกยาเธอหลายพระองค์ทรงหัดกระบี่กระบองจนครบวงจร และโปรดให้เล่นกระบี่กระบองเป็นการสมโภชที่หน้าพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดา ราม เนื่องในการทรงผนวชเป็นสามเณรของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อใน พ.ศ. 2409
            ในรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดให้มีการเล่นกระบี่กระบอง และชกมวยไทยหน้าพระที่นั่งในงานสมโภชอยู่เนืองๆ กระบี่กระบองมีกันดาษดื่นและมากคณะ
           ในรัชกาลที่ 6 ความครึกครื้นในการเล่นกระบี่กระบองลดน้อยลง เพราะไม่ทรงโปรดเท่ารัชกาลที่ 5
           ใน รัชกาลที่ 7 กระบี่กระบองค่อยๆ หมดไปจนเกือบหาดูไม่ได้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงประเทศให้ทันกับความเจริญก้าวหน้าของโลกอุตสาหกรรม ทำให้ประชาชนทั่วไปมุ่งในเรื่องเศรษฐกิจ สังคมมากขึ้น
            ต่อมา อาจารย์นาค เทพหัสดิน ณ อยุธยา ได้เป็นผู้นำวิชากระบี่กระบองบรรจุไว้ในหลักสูตรประโยค ผู้สอนพลศึกษา ในปีพ.ศ.2479 และเป็นผู้ที่สมควรได้รับการยกย่องในฐานะผู้อนุรักษ์ฟื้นฟูและถ่ายทอด ศิลปการต่อสู้ประเภทนี้ ในปี พ.ศ.2518 ได้มีการจัดให้วิชากระบี่กระบองเป็นวิชาบังคับในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายและใน ปี พ.ศ.2521 เป็นวิชาบังคับในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จึงยังคงมีการเรียนการสอนอยู่ทุกวันนี้

 
คุณค่าของวิชากระบี่กระบอง
 วิชา กระบี่กระบองเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวประจำชาติที่สามารถช่วยให้เรา ปลอดภัยในยามคับขันและรักษาเอกราชอยู่ได้ สำหรับในปัจจุบันกิจกรรมกระบี่กระบองแสดงถึงความสามารถของคนไทยที่ยังรักษา มรดกทางวัฒนธรรมไทยได้มั่นคง
ประโยชน์ของวิชากระบี่กระบอง
1. สามารถใช้ต่อสู้และป้องกันตัวในยามคับขันได้
2. ช่วยสร้างเสริมสมรรถภาพทางร่างกาย
3. ช่วยเสริมสร้างคุณลักษณะทางด้านจิตใจ เช่น ความกล้าหาญ ความอดทน ความไม่ขลาดกลัวต่ออันตราย และรู้จักช่วยเหลือตนเอง
4. เป็นการเสริมสร้างความรู้สึกภาคภูมิใจในศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวประจำชาติ
5. เป็นการรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย

6. เป็นการฝึกนิสัยและฝึกจิตใจให้เป็นคนดีมีศีลธรรม